Skip to main content

Cyberbullying ภัยสังคมของคนยุคใหม่


    เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผู้คนทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ปัจจุบันนี้ Social Media เช่น Facebook Instagram หรือ Twitter เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของเราทุกคน ทั้งเป็นพื้นที่ในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึก ทัศนคติ รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าผู้คนหันมารับข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วทันใจ แต่ในขณะเดียวกันยุคเทคโนโลยีดิจิทัลนี้ก็นำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ และหนึ่งในปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้คนมากมาย ก็คือ Cyberbullying” หรือ การระรานทางไซเบอร์  นั่นเอง

จาก https://cyberbullying80503708.wordpress.com

Cyberbullying คืออะไร? 

    คำว่า 
Cyberbullying” มีศัพท์บัญญัติฉบับราชบัณฑิตยสภาว่า การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อโซเชียลต่าง ๆ เช่น Facebook Twitter เป็นต้น
การ Bully เป็นเรื่องที่มีอยู่ในสังคมมนุษย์มานานแล้ว และเมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่โซเชียลเฟื่องฟู ทำให้การ Bully เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นทางไซเบอร์แทน ซึ่งการ bully ทางไซเบอร์เป็นได้ทั้งการระราน กลั่นแกล้ง ล้อเลียน ด่าทอ กล่าวหา หรือข่มขู่ผู้อื่น โดยใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต แล็ปท็อป เชื่อมต่อกับเครือข่ายสังคมออนไลน์
    Cyberbullying อาจเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าการกลั่นแกล้งกันทั่วไป เพราะในโลกออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง และผู้กระทำไม่ได้เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายจริง ๆ ต่างจากสมัยก่อนที่อาจเกิดได้ในโรงเรียนหรือแบบซึ่ง ๆ หน้าเท่านั้น

คุณมา Bully ฉันทำไม?
จาก https://web3.canterburg-h.schools.nsw.edu.au

    การระรานทางไซเบอร์มีหลากหลายรูปแบบและหลายวัตถุประสงค์ อาจเกิดจากการกลั่นแกล้งหรือหยอกล้อกันเพื่อความสนุกแล้วบานปลายไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรืออาจเกิดจากความขัดแย้ง ความรู้สึกด้านลบ ความเกลียดชัง เพื่อความสะใจ เรียกร้องความสนใจ หรือเพื่อกลบปมด้อยของตนเอง โดยใช้สื่อโซเชียลเป็นเสมือนอาวุธในการโจมตี รูปแบบของ Cyberbullying ที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ในปัจจุบัน ได้แก่ 
การขู่ทำร้าย หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย เช่น การสร้าง Hate Speech 
การโพสต์ด่าทอ  ให้ร้าย การส่งข้อความไปข่มขู่ผู้อื่น

การเปิดโปงข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น โดยการโพสต์หรือแชร์ให้คนอื่นรับรู้ เช่น ภาพหลุด ภาพตลก เพื่อประจานหรือทำให้อับอาย
การคุกคามทางเพศ โดยใช้ถ้อยคำที่ส่อไปในทางเพศ เช่น การส่งภาพหรือวิดีโอลามกมาให้แล้วชวนทำกิจกรรมทางเพศ 
การแอบอ้างตัวตนของผู้อื่น โดยการแอบเข้าบัญชีออนไลน์ของผู้อื่น หรือสร้างบัญชีใหม่โดยใช้ชื่อหรือรูปภาพของผู้อื่น ส่วนใหญ่จะนำบัญชีไปใช้ในทางไม่เหมาะสม
การสร้างกลุ่มเพื่อโจมตี เช่น เพจแอนตี้ดาราหรือคนมีชื่อเสียง เพื่อจับผิด รุมด่าทอ ประจาน หรือบางครั้งอาจสร้างข่าวปลอมเพื่อยุยงให้คนอื่นเกิดความรู้สึกเกลียดชังตามไปด้วย

"Unless and until our society recognizes cyber bullying for what it is, the suffering of thousands of silent victims will continue."
- Anna Maria  Chavez

Cyberbullying จากประสบการณ์จริง

    หลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์การ Cyberbullying ทั้งในฐานะที่เป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ตัวผู้เขียนเองก็เคยเป็น ผู้กระทำ โดยการไปล้อเลียนและแชร์รูปภาพของผู้อื่น เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องขำ ๆ ไม่ได้คำนึงว่าเขาจะไม่ชอบหรือรู้สึกเสียใจ

    ในขณะเดียวกันผู้เขียนก็เคยเป็น ผู้ถูกกระทำ เช่นกัน ทั้งจากคนใกล้ชิด คนรู้จักและคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นการล้อเลียนในเรื่องรูปลักษณ์ เพศ หรือรสนิยมส่วนตัว ถึงแม้จะไม่ได้ตอบโต้กลับไป แต่การกระทำต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เรารู้สึกแย่มาก จากวันดี ๆ กลับกลายเป็นวันที่เลวร้ายเพียงเพราะการกระทำบางอย่างของคนบางคนที่ไม่ได้คิดอะไร หรือคิดเพียงว่า เรื่องแค่นี้เองไม่เห็นเป็นอะไรเลย และจากการกระทำบางอย่างก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเห็นเรื่องน่าอับอายของเราเป็นเรื่องสนุก เมื่อได้ประสบกับตัวเองผู้เขียนจึงตระหนักว่า บางครั้งคำพูดบางคำ ข้อความบางข้อความ หรือการกระทำบางอย่างของเราอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความรู้สึกของผู้อื่น ทั้งที่เราตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม 

    ประสบการณ์เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนที่เราจะกระทำการอะไรบางอย่างลงไปในโลกโซเชียลควรคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนว่า มันจะสร้างความเสียหายหรือความเสียใจให้แก่คนอื่นหรือไม่ เพราะทุกวันนี้คนที่เดือดร้อนและเสียสุขภาพจิตจากการถูกระรานผ่านทางโซเชียลมีเดียมีเยอะมาก บางคนอาจถึงขั้นกลายเป็นโรคซึมเศร้า และที่น่าเศร้าที่สุดคือ การฆ่าตัวตาย 

"Think before you type"

Cyberbullying รับมือได้อย่างไร?
จาก https://www.aroundonline.com/thailand-top-5-cyberbullying/

หากมีคนมาทำให้เราเสียหายหรือ
เกิดความรู้สึกอับอายบนโลกออนไลน์ มีวิธีในการรับมือ ดังนี้
  1. พิจารณาตนเอง ว่า เราได้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือก่อให้เกิดความเกลียดชังหรือไม่ ถ้าสาเหตุมาจากตัวเราก็ควรปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น
  2. ไม่ตอบโต้ หลีกเลี่ยงการตอบโต้กลับเพราะอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
  3. รายงานความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการสื่อโซเชียลนั้น จะเห็นว่า Social Media ต่าง ๆ มีตัวเลือกให้เรากดรายงานปัญหาแก่ผู้ให้บริการ โดยสามารถระงับหรือแบนโพสต์ที่ไม่เหมาะสมได้ 
  4. เก็บหลักฐาน ปัจจุบันนี้มีกฎหมายคุ้มครองการถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นการเก็บหลักฐานไว้จะทำให้เราสามารถเอาผิดผู้กระทำได้
  5. บล็อก ปิดทุกช่องทางเพื่อไม่ให้เขามายุ่งวุ่นวายกับเราได้อีก 
  6. ขอความช่วยเหลือ หากยังอยู่ในวัยเรียน อาจจะขอคำแนะนำจากผู้ที่สามารถให้คำปรึกษาได้ โดยเฉพาะผู้ปกครองและอาจารย์ ในกรณีของผู้ใหญ่ควรไปแจ้งตำรวจ เพราะอย่างน้อยการลงบันทึกประจำวันไว้กับสถานีตำรวจก็อาจทำให้ผู้กลั่นแกล้งรู้สึกเกรงกลัวกฎหมายขึ้นมาบ้าง
  7. ไม่ระรานคนอื่น ถ้าไม่อยากเป็นผู้ถูกกระทำก็อย่าไปทำคนอื่น นึกถึงใจเขาใจเรา จะได้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข 

จาก https://mediaandsociety.org/cyber-bullying/

    ผู้เขียนเชื่อว่าในโลกนี้คงไม่มีใครอยากโดน Cyberbully ดังนั้นพึงระลึกไว้เสมอว่า ทุกคนมีจิตใจ มีความรู้สึก อย่าทำร้ายจิตใจคนอื่นเพียงเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกหรือแค่ความสะใจ  และบางครั้งการกระทำบางอย่างของเราอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้อื่น หรือมันอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง ดังนั้นคิดให้ดีก่อนที่จะทำหรือโพสต์อะไรลงไปในโลกโซเชียลนะคะ


ข้อมูลอ้างอิง
ETDA. (2563). Cyberbullying: ระรานออนไลน์ ร้ายล้านวิว. สืบค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2563 จาก  https://www.etda.or.th/content/stop-cyberbullying-2019.html
 
Farrah Champagne and Mia Champagne. (2560). Protecting Victims of Cyberbullying. สืบค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2563 จาก https://www.americanbar.org/groups/litigation/committees/criminal/articles/2017/fall2017-protecting-victims-of-cyberbullying/
 
Popiko. (2563). ผลวิจัยเผย คนไทยมักล้อเลียนเรื่องรูปลักษณ์และเพศ ในโลกออนไลน์สูงถึง 36.4%และ 31.8%.สืบค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2563 จาก  https://droidsans.com/stop-cyber-bullying-campaign/
 
THE STANDARD TEAM. (2563). DQ ความฉลาดทางดิจิทัล ภูมิคุ้มกัน Cyberbully โรคระบาดในสังคมโซเชียล. สืบค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2563 จาก https://thestandard.co/ais-dq-cyberbully-immunity/

Comments

  1. เห็นด้วยกับผู้เขียนค่ะ ก่อนเราจะพูดอะไรกับใคร เราควรนึกถึงจิตใจของผู้อื่น เพราะคำพูดของเราอาจทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

    ReplyDelete
  2. เนท้อดีมากเลยค่ะ เราไม่ควรจะบุลลี่ใครทั้งนั้นเพราะผลลัพธ์มันน่ากลัวเสมอ

    ReplyDelete
  3. มีการเรียบเรียงได้ดีมากค่ะ เห็นด้วยกับผู้เขียน โลกเราทุกวันนี่ ต้องจับตามองประเด็นนี้มากขึนจริงๆ

    ReplyDelete
  4. เราควรคิดดีๆก่อนพูดหรือทำอะไรจริงๆค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำจะไปส่งผลกระทบต่อคนอื่นหรือเปล่า

    ReplyDelete
  5. การกระทำโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกผู้อื่น ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่แต่ก็นำมาซึ่งความเดือดร้อนของบุคคลอื่น ดังนั้นควรอยู่บนพื้นฐานของใจเขาใจเราจริง ๆ ค่ะ

    ReplyDelete
  6. เห็นด้วยเลยค่ะ เราควรคิดให้ดีก่อนจะพิมพ์อะไร เพราะบางครั้งคำพูดของเราอาจจะกลายเป็นปมของคนอื่นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

    ReplyDelete
  7. ทุกคนมีความรู้สึกคงไม่มีใครชอบที่โดนทำร้ายความรู้สึกจริงๆ ค่ะ

    ReplyDelete
  8. ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆครับ Cyberbullying น่ากลัวมากจริงๆ

    ReplyDelete

Post a Comment